บทที่ 4 · AI เรียนรู้ยังไง หน้า 2/13 ~3 นาที

ข้อสอบที่มีเฉลยในตัว

ข้อความที่ใช้ฝึกมาจากหน้าเว็บ หนังสือ บทความ และโค้ด บางเจ้าเปิดเผยว่าใช้ข้อมูลที่ซื้อลิขสิทธิ์มา และข้อมูลสังเคราะห์ (synthetic data) ที่โมเดลเขียนด้วย

ข้อมูลถูกคัดคุณภาพและตัดข้อความซ้ำออก ภาษาอังกฤษมีมากที่สุด ภาษาไทยมีแค่ส่วนน้อย

ขนาดอยู่ในหลักล้านล้าน โทเคน (token)ชิ้นข้อความที่ AI มองเห็นจริงๆ อาจเป็นทั้งคำ ส่วนของคำ หรือตัวอักษรเดียว แต่ละชิ้นมีเลขประจำตัวดูคำศัพท์ทั้งหมด เช่น Meta รายงานว่า Llama 3 ฝึกด้วยกว่า 15 ล้านล้าน token ถ้าคิดแบบภาษาไทยที่หน้า A4 ละราว 600 token (บทที่ 2) เท่ากับ 25,000 ล้านหน้า อ่านนาทีละหน้าไม่หยุด ต้องใช้ กว่า 47,000 ปี

ใครมานั่งเขียนเฉลยให้ข้อความมากขนาดนี้? ไม่ต้องมีใครเลย เพราะข้อความเฉลยตัวเองได้ วิธีนี้เรียกว่า การเรียนรู้แบบมีเฉลยในตัว (self-supervised learning)การฝึกที่ไม่ต้องมีคนเขียนเฉลย เพราะข้อมูลเฉลยตัวเอง เช่น ซ่อนคำถัดไปของประโยคแล้วให้โมเดลเดาดูคำศัพท์ทั้งหมด

เช่น "แมว|ชอบ|กิน|ปลา" (4 token):

ข้อโมเดลเห็นต้องเดา
1แมวชอบ
2แมวชอบกิน
3แมวชอบกินปลา

คำถามชวนคิด

ตอบเป็นตัวเลขข้อความยาว 1,000 token ให้แบบฝึกหัดเดาคำถัดไปได้กี่ข้อ?
ดูเฉลยข้อนี้

คำตอบ: 999

ทุก token ยกเว้นตัวแรกเป็นเฉลยของหนึ่งข้อ: 1,000 − 1 = 999

ข้อความยาว n token จึงให้ n − 1 ข้อ และคำนวณพร้อมกันได้ในรอบเดียว เพราะ causal mask (บทที่ 3) กันไม่ให้แอบดูเฉลย

ทุกข้อความคือแบบฝึกหัดที่มีเฉลยในตัว: ซ่อนคำถัดไป ให้โมเดลเดา แล้วเปิดเฉลยจากข้อความจริง

ผลของขั้นนี้คือ โมเดลดิบ (base model, pretrained model)โมเดลที่ผ่านแค่ pre-training ถนัดต่อข้อความให้เหมือนเอกสารที่เคยเห็น แต่ยังไม่ได้ถูกฝึกให้ตอบคำถามหรือทำตามคำสั่งโดยตรงดูคำศัพท์ทั้งหมด ที่เขียนต่อข้อความเก่ง แต่ยังไม่ใช่ผู้ช่วยที่ทำตามคำสั่ง (บทที่ 5)

มังคุด มาสคอตมังคุด

มังคุด

ไม่ต้องมีครูมาตรวจการบ้านเลยเหรอ? ข้อความตรวจตัวเองได้!